ประวัติความเป็นมา

 

การผสมเทียม เป็น เทคโนโลยีชีวภาพทางวิทยาการสืบพันธุ์รุ่นแรกที่นำมาใช้แพร่หลายมากที่สุด ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการนำเอาเทคโนโลยีชีวภาพ เข้ามาใช้ในวงการปศุสัตว์ มีจุดประสงค์ เพื่อเผยแพร่พันธุกรรมในสายพ่อพันธุ์

การผสมเทียมได้เริ่มในปศุสัตว์ (farmanimal) เมื่อปี ค.ศ.1907 โดยศาสตรจารย์ไอเวนนอฟ ชาวรัสเซีย ได้ทำการผสมเทียมม้าเป็นผลสำเร็จ และได้เริ่มทำการผสมเทียมในแกะและโคในปี 1928 ต่อมาในปี 1930 ถึง 1945 คือในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 การผสมเทียมในโค และแกะเจริญก้าวหน้ามาก โดยในปี 1938 ประเทศรัสเซียได้ผสมเทียมโคถึง 15 ล้านตัว แกะ 1.5 ล้านตัว ประเทศเดนมาร์คและสหรัฐอเมริกาได้เริ่มงานผสมเทียมในยุคนี้ด้วย โดยได้ก่อตั้งสหกรณ์ผสมเทียมแห่งแรกขึ้นในปี 1936 และ 1938 ตามลำดับ สำหรับประเทศต่างๆ ที่ได้เริ่มงานผสมเทียมก่อนปี 1945 มีประเทศอังกฤษ นอร์เวย์ สวีเดน เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรเลีย บุลกาเรีย กรีซ และประเทศแคนาดา สำหรับประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มงานผสมเทียมม้า เมื่อปี 1937 ด้วยหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศต่างๆ ได้ประจักษ์ถึงคุณประโยชน์ของการผสมเทียมในการปรับปรุงและขยายพันธุ์สัตว์ ได้เริ่มงานผสมเทียมขึ้นใหม่ทั่วโลก เช่น ประเทศต่างๆ ในยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ประเทศต่างๆ ในเอเชีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งในยุคนี้ได้เริ่มมีการผสมเทียมในสุกร และขยายไปทั่วโลก ต่อมาได้มีการผสมเทียมในไก่งวง ไก่ และกระบืออีกด้วย สำหรับประเทศไทยได้เริ่มงานผสมเทียมโคในปี 1956

ประวัติการผสมเทียม ในประเทศไทยเริ่มขึ้นโดย ในปี พ.ศ.2496 ศาสตราจารย์นีลล์ ลาเกอร์ลอฟ ชาวสวีเดน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากเอฟ.เอ.โอ. ได้เดินทางมาสำรวจการเลี้ยงปศุสัตว์ในประเทศไทย โดยทุนของ เอฟ.เอ.โอ. จากนั้นได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายโครงการผลิตโคนมลูกผสมด้วยวิธีการผสมเทียมในประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2497-2498 กรมปศุสัตว์ได้ส่งข้าราชการ 2 นายคือ นายสัตวแพทย์ทศพร สุทธิคำ และนายสัตวแพทย์อุทัย สาลิคุปต์ โดยทุน เอฟ.เอ.โอ. ไปศึกษาอบรมนานาชาติ ณ ราชวิทยาลัยสัตวแพทย์ กรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน หลังจากนายสัตวแพทย์ทศพร สุทธิคำ ศึกษาวิชาการสืบพันธุ์และผสมเทียม ณ ประเทศสวีเดนสำเร็จ และเดินทางกลับประเทศไทย ท่านได้เริ่มต้นด้วยการพยายามถ่ายทอดความรู้ด้านการผสมเทียมแก่นักวิชาการ ของกรมปศุสัตว์  ซึ่งการถ่ายทอดความรู้ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ท่านยังเริ่มปฏิบัติงานผสมเทียมด้วยการประยุกต์วิธีการผสมเทียมโดยใช้วัสดุ อุปกรณ์เท่าที่หาได้   ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานโดยตรง รวมถึงท่านได้พยายามก่อตั้งสถานีผสมเทียม เพื่อให้บริการผสมเทียมแก่ปศุสัตว์ของเกษตรกรด้วยความ มุ่งมั่นและตั้งใจจริงของนายสัตวแพทย์ทศพร สุทธิคำ ที่จะพัฒนาสายพันธุ์โคของประเทศโดยใช้การผสมเทียมเป็นหลัก ในปี พ.ศ. 2499 กรมปศุสัตว์จึง ได้เปิดสถานีผสมเทียมแห่งแรก ที่จังหวัดเชียงใหม่ และได้มอบหมายให้นายสัตวแพทย์ทศพร สุทธิคำ ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าสถานีผสมเทียมดังกล่าว และในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2499 ได้ผสมเทียมให้แม่โคของนายนคร ผดุงกิจ  เป็นตัวแรก ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ผลติดตั้งท้องและคลอดลูกเป็นลูกโคเพศเมีย
ในปี พ.ศ. 2501 สถานีผสมเทียมแห่งที่สองได้ตั้งขึ้นที่หน่วยผสมเทียมกลางในกรมปศุสัตว์ โดยมีนายสัตวแพทย์ประเสิรฐ ศงสะเสน เป็นหัวหน้นีผสมเทียมกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายสัตวแพทย์ประเสริฐ ได้พัฒนาและปรับปรุงพื้นฐานการเลี้ยงโคนมและการผสมเทียมในกรุงเทพมหานคร ตามรอยของนายสัตวแพทย์ทศพรที่สร้างไว้ จนประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
ในปี พ.ศ. 2503 สถานีผสมเทียมแห่งที่สาม ได้เปิดทำการขึ้นที่ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยนายสัตวแพทย์ทศพร สุทธิคำ เป็นคนแรกที่บุกเบิกและดำเนินงานผสมเทียมในพื้นที่ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จนกระทั่งสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมสามารถรวมตัวกันจัดตั้งเป็น สหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์

ต่อมากรม ปศุสัตว์ได้ขยายงานผสมเทียมโคนมออกไปในพื้นที่ของจังหวัดต่างๆ โดยจัดตั้งเป็นสถานีผสมเทียม (A.I.station)และสถานีผสมเทียมสาขา (A.I.sub-station) ตามแบบของประเทศสวีเดน เช่น สถานีผสมเทียมจังหวัดเพชรบุรี สถานีผสมเทียมจังหวัดนครปฐม สถานีผสมเทียมจังหวัดนครราชสีมา สถานีผสมเทียมจังหวัดอุบลราชธานี และสถานีผสมเทียมจังหวัดนครศรีธรรมราชสถานีผสมเทียมจังหวัดขอนแก่น ฯลฯ และสถานีผสมเทียมสาขา อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ สถานีผสมเทียมสาขา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นต้น

ตลอด ระยะเวลาที่นายสัตวแพทย์ทศพร คลุกคลีกับงานผสมเทียม ท่านได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ได้พยายามถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ได้พยายามสร้างสรรค์ พร้อมทั้งวางรากฐานงานผสมเทียมของประเทศไทยจนงานผสมเทียม เป็นที่ยอมรับแก่เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ทำให้หน่วยผสมเทียม ได้พัฒนายกฐานะใหญ่ขึ้นตามลำดับ จากหน่วยผสมเทียมกลางได้พัฒนาเป็นกองผสมเทียม และปัจจุบันยกฐานะขึ้นเป็นสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ จากความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางาน รวมทั้งการวางรากฐานที่ดีของนายสัตวแพทย์ทศพร ทำให้ปัจจุบันงานผสมเทียมของประเทศไทยได้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะ ประเทศ

จนนักผสมเทียมยุคต่อมาได้ยกย่อง นายสัตวแพทย์ทศพร สุทธิคำ ว่า “ บิดาแห่งการผสมเทียมของประเทศไทย ”

 

สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์  กรมปศุสัตว์ 

 91 หมู่ 4  ถ.ติวานนท์   ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี  จังหวัดปทุมธานี 12000

โทรศัพท์/โทรสาร  :  02-501-2438

E-Mail  :  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.